การท่องเที่ยววิถีนวัติกสิกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดร้อยเอ็ดตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาชี มีพรมแดนติดต่อกับจังหวัดกาฬสินธุ์และมุกดาหารทางทิศเหนือ จังหวัดยโสธรทางทิศตะวันออก จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษทางทิศใต้ และจังหวัดมหาสารคามทางทิศตะวันตก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 512 กิโลเมตร และมีพื้นที่รวมประมาณ 8,299 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงศักยภาพด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่นี้อย่างชัดเจน
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดโดยส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงประมาณ 120–160 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลล้อมรอบด้วยที่ราบลูกคลื่นและลุ่มน้ำชีพร้อมลำน้ำสาขาต่าง ๆ ซึ่งเอื้อต่อการเพาะปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ด้วยภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้นและแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้ร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่มีชื่อเสียง ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ
ด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ชุมชนร้อยเอ็ดมีความผูกพันกับการเกษตรมายาวนาน วิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับการทำนา การเพาะปลูกพืช และการดำรงชีวิตตามฤดูกาล ซึ่งสะท้อนผ่านขนบธรรมเนียม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โรงงานทอผ้าที่มีชื่อเสียงรวมถึงหัตถกรรมพื้นบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่แสดงถึงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของพื้นที่
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของร้อยเอ็ดจึงพึ่งพาในภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก ควบคู่ไปกับภาคการค้าปลีก การผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนอย่างแนบแน่น
ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม จังหวัดร้อยเอ็ดมีศักยภาพสูงในการพัฒนาไปสู่รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนวัติกสิกรรม การบูรณาการแนวคิดการจัดการทรัพยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ สามารถสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวิถีเกษตรกับการเรียนรู้และการพักผ่อน ทั้งยังสามารถส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายช่วงวัย และต่อยอดเป็นธุรกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้
จากบริบทด้านภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดร้อยเอ็ดดังกล่าว จะเห็นได้ว่าจังหวัดร้อยเอ็ดความพร้อม ในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยววิถีนวัติกสิกรรม เนื่องจากมีฐานเกษตรกรรมที่เข้มแข็ง ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และชุมชนที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมควบคู่กับการปรับตัวต่อบริบทสังคมร่วมสมัย การบูรณาการแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ โคกหนองนาโมเดล และนวัตกรรมด้านการจัดการพื้นที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว จึงสามารถต่อยอดพื้นที่เกษตรของร้อยเอ็ดให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ แหล่งพักผ่อน และพื้นที่สร้างประสบการณ์เชิงคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้เสริม เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว อันเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยววิถีนวัติกสิกรรม ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยววิถีนวัติกสิกรรมในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ ฟาโรห์ฟาร์ม ไร่ครองธรรมฟาร์มควายเผือก บึงจระเข้ พาร์ค Na-HongTe Cafe’ (นา-ฮ่องเต้ คาเฟ่) รุ่งแสงสว่างฟาร์ม ฟาร์มบ้านสวนลุงสมิธ Organic Farm และ World Cafe and Water Park ซึ่งล้วนสะท้อนการบูรณาการวิถีเกษตร นวัตกรรมการจัดการพื้นที่ และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ตอบสนองผู้มาเยือนหลากหลายช่วงวัยอย่างเหมาะสม